11 กุมภาพันธ์ 2012, 16:28 น.

หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เล่าสู่กันฟัง คุณ ARTZ กรุณาอย่าลบ  (อ่าน 556 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
badboy
ขาจร
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1


« เมื่อ: 21 มิถุนายน 2010, 11:44 น. »

ก่อนอื่นผมขออนุญาตออกตัวว่าไม่ต้องการว่าร้ายกล่าวร้ายหรือพาดพิงถึงใครทั้งนั้น และไม่ต้องการให้ใครมาซ้ำเติมเพื่อนผมเพราะเค้าก็ทุกข์อยู่แล้ว แต่ผมต้องการเล่าเรื่องของเพื่อนผมคนหนึ่งให้ สาวๆบางคนไว้เป็นอุทาหรณ์จะได้ไม่พลาดเหมือนเพื่อนผม " เพื่อนผมคนหนึ่ง มีแฟนเป็น ตำรวจรุ่นนี้ ซึ่งคุณ ARTZ ก็รู้จักดี เพราะเรียนโทด้วยกัน คบกันมา ประมาณ 3 ปี เช่าคอนโดอยู่ด้วยกัน วันหนึ่งเพื่อนผม จับได้ว่า แฟนของเธอมีผู้หญิงคนอื่น ซึ่งเป็นคนที่เรียน โทด้วยกัน แฟนของเธอบอกเพื่อนผมว่า คบกับผู้หญิงคนนั้นเพราะต้องการให้ทำการบ้านและด้วยสาเหตุอื่นๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ของตน ทั้งๆที่ เพื่อน คุณตำรวจรุ่นนี้ก็รู้กันอยู่แล้ว ว่าเขาสองคนเป็นแฟนกัน ผู้หญิงคนนั้น ที่เป็นพนักงานโรงแรมแห่งนั้นก็รู้ว่า คนที่เธอคบด้วยมีแฟนอยู่แล้ว เพราะเคยไปนั่งเรียนด้วยกัน คนที่ไม่รู้มีเพียงเพื่อนผมคนเดียว (เธอบอกว่าคงต้องโทษตนเองที่โง่ดักดาน) เธอถามกับแฟนเธอว่า จะเอาอย่างไร แฟนบอกเธอว่า ขอคบไปเรื่อยๆทั้งสองคน แต่รักเพื่อนของผมมากกว่า เพื่อนของผมจึงขอเบอร์โทรจากแฟนเธอทั้งๆที่เธอก็มีโอกาสเอาเบอร์มาโดยพละการได้เนื่องจากอยู่ด้วยกัน จันทร์ถึงศุกร์ เกือบทุกวันยกเว้น เสาร์ อาทิตย์ แต่เพื่อนผมรู้สึกว่ามันเป็นการไม่ควร จึงขออนุญาตก่อน แต่แฟนของเธอไม่ให้จะขอคบกับเพื่อนผมไปเรื่อยพร้อมๆกับผู้หญิงคนนั้น เพื่อนของผมจึงโทรไปขอกับเพื่อนๆที่เรียนโทด้วยกันรวมถึงคุณอาทด้วย แต่ทุกคนรุ่นนี้ก็น่าชื่นชม รักเพื่อนมาก ช่วยกันปกปิด
เรื่องมันยังไม่จบเช่นนั้นสิครับ เพื่อนของผมเธอตั้งท้องกับแฟนของเธอ เธอจึงอยากคุยกับผู้หญิงคนนั้น สุดท้าย แฟนของเธอก็ให้โทรศัพย์ของเขาเองโทรไปหาผู้หญิงคนนั้น คำตอบที่เธอได้รับ จากผู้หญิงคนนั้นที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาโทด้วยกัน ตอบเธอมาว่า รู้อยู่แล้ว ว่าคุณตำรวจคนนี้มีแฟนอยู่แล้ว เพื่อนของผมก็ถามตอบกลับไปว่าก็ยังจะคบหรือ เธอก็บอกว่า "ค่ะ จะ คบ" เพื่อนผมก็ถามอีกว่า แล้วถ้าชั้นบอกว่า ชั้นท้องกับพี่เค้าล่ะ เธอยังจะคบอีกหรือ ผู้หญิงคนนั้นก็ตอบว่า "ค่ะ จะคบ "
ตอนนี้ผมไม่รู้ว่าเพื่อนผมเป็นอย่างไร เพราะโทรศัพท์ไปเธอไม่รับสาย  และผมก้ไม่รู้ว่าเธอจะทำอย่างไรต่อไปด้วย ผมเพียงแค่อยากเล่าให้ทุกๆคนที่เป็นผู้หยิงใน บอร์ดนี้ฟัง เพราะทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้คงรู้ดีอยู่แก่ใจอยู่แล้ว
                                                                                                          ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
สงสาร
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #1 เมื่อ: 21 มิถุนายน 2010, 13:10 น. »

อ่านแล้วเครียดแทน เห็นใจเพื่อนของคุณมากค่ะ ผู้หญิงสมัยนี้เป็นแบบนี้ล่ะค่ะ
การศึกษาสูง แต่ไม่ช่วยอะไร เพราะสามี หายากกว่า

เป็นกำลังใจให้เพื่อนของคุณผ่าน คนชั่วๆแบบนี้ไปได้นะคะ

ส่วนตำรวจรุ่นนี้(บางคน)ก็เหมือนกัน

กรรมมันมีจริงๆค่ะ

คุณทำกับคนที่ท้องลูกของคุณอยู่

วันนึง คุณจะได้รับเวรกรรมตามทันแน่นอนค่ะ
 icon_twisted icon_twisted icon_twisted icon_twisted icon_twisted icon_twisted icon_twisted
บันทึกการเข้า
kiku
Website Team
นายร้อยตำรวจเวรปกครอง
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 3,318



« ตอบ #2 เมื่อ: 21 มิถุนายน 2010, 13:36 น. »

ไม่กล้าจะออกความเห็นอะไรมากมาย (เพราะ้พิมพ์ไป ต้องแรงแน่ๆ)

ขอให้กำลังใจเพื่อนของคุณ จขกท.นะคะ
บอกให้เค้า ใช้สติในการหาทางแก้ปัญหาให้มากๆ
จะอย่างไรก็แล้วแต่ ยังมีรักแท้อยู่ที่บ้าน คือ คุึณพ่อและคุณแม่
อย่าคิด หรือตัดสินใจทำอะไรลงไปเพียงลำพัง
นอกจากนั้น เค้าก็ยังมีเพื่อนดีๆที่คอยเป็นห่วงเค้า อย่างคุณจขกท.อีก

ขอให้เค้าผ่านเรื่องนี้ไปได้ด้วยดีนะคะ
บันทึกการเข้า

กาโม่
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #3 เมื่อ: 21 มิถุนายน 2010, 13:53 น. »

                        ถามว่าจะเชื่อไหม......
                   ที่พุทธองค์ทรงทราบดีว่า ไอสไตส์ จะใช้ทั้งชีวิต เพื่อหาความเร็วแสงคิดคำนวณทั้งชีวิตเพื่อทำให้วัตถุเคลื่อนที่ได้เร็วเท่าแสง....อ่านแล้วยังคงไม่สงสัยสิครับว่า ผมเขียนขึ้นมาทำไม เกี่ยวอะไรกับเรื่องข้างบน ขอให้อ่านต่อหน่อยเถ่อะ
                  รู้ไหมว่าวาระสุดท้ายของไอสไตส์ ก็ตายในห้องทำงานพร้อมกับสูตร คำนวณเต็มห้อง
               ที่สำคัญ คุณเคยอ่านบทความของ ไอสไตย์ บ้างไหม แปลเป็นภาษาไทย แล้ว เค้าบอกว่า
"ผมไม่ได้นับถือศาสนาใด  แต่หากจะให้ผมนับถือผมขอเลือก ศาสนาเเห่งจักรวาล แล้วกัน" แล้วคุณรู้ไหมว่าศาสนาจักรวาลนั้นคือศาสนาพุทธ เพราะไอสไตย์เค้าพูดมาก่อนนั้น
              ประเด็นอยู่ตรงที่ว่า "นถิปัญญา สมาอาภา" แสงสว่างเสมอด้วยปัญญาไม่มี ใครจะเชื่อว่าก่อนพุทธกาล พุทธองค์จะตรัสไว้ เช่นนี้ พระอานนท์ ทรงไตร่ถามพุทธองค์ว่า "เมื่อ ตถาคต ทรงรู้ทุกๆ อย่างแล้ว เหตุใดจึงไม่สอนทุกๆ อย่างแก่เหล่าภิษุกเหล่า"
พุทธองค์ ทรงตรัส ว่า "ความรู้ทุกอย่างไม่ได้ทำให้ท่านๆ หลุดพ้นจากวัฎสงสาร " แต่ สิ่งที่เราสอนเป็นเพียงเเค่ เศษใบไม้เพียงหนึ่งกำมือ นี้แหล่ะที่จะทำให้ท่านๆ หลุดพ้นจากวัฎสงสาร(เวียนว่ายตายเกิด)"
          สิ่งที่ผม จะเล่าใหฟังคือ พุทธองค์ทรงสอนเรื่อง ศรัทธา ไว้อย่างนี้
        กัมมสัทธา คือ เชื่อกฏแห่งกรรม เชื่อสาระสำคัญของกฏแห่งกรรมที่ว่า " ทำดีต้องได้รับผลดีจริง ทำชั่วต้องได้รับผลชั่วจริง" ดังธรรมภาษิตที่ว่า.....บุคคลใดทำกรรมใดไว้ เขาย่อมเห็นกรรมเหล่านั้นในตน ผู้ที่ทำกรรมดี ย่อมได้รับผลดี ผู้ทำกรรมชั่ว ย่อมได้รับผลชั่ว บุคคลหว่านพืชเช่นใด ย่อมได้รับผลเช่นนั้น
          ส่งที่ทำดังที่โพส ไว้ข้างต้น หากเป็นจริง เช่นว่านั้น มันผิดตั้งแต่ ศิล 5 ผิดทั้ง หญิง และ ชาย ที่ตั้งใจกระทำ แล้วเชื่อ เถ่อะครับว่า กรรมย่อมเป็นของ เค้าทั้งสองที่จะต้องได้รับวิบาก เช่นนั้นแน่นอน                    
บันทึกการเข้า
น้องอร
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #4 เมื่อ: 21 มิถุนายน 2010, 17:45 น. »

สาธุ ใครทำอะไรไว้...ขอให้ผลกรรมย้อนสนองกลับไปหาคนนั้นเอง
เคยได้ยินเรื่องแบบนี้มาบ่อยๆ ไปเรียนโท ได้แฟนเพิ่ม ? และฝ่าย หญิงก็รู้อยู่แล้ว ว่าเค้ามีแฟน พุดยากคะ เรื่องแบบนี้ สมัยนี้ ศีลธรรมมันหายาก..
สงสารคนที่บ้าน ที่รอ กันบ้างนะคะ คุณตำรวจ
บันทึกการเข้า
ขอให้ผ่านได้ด้วยดี
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #5 เมื่อ: 21 มิถุนายน 2010, 20:49 น. »

แล้วตอนนี้เพื่อนของคุณ และเด็กในท้องยังปลอดภัยดีกันอยู่ป่าวค่ะ เป็นห่วงจัง
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: