ลองขยันอ่านหนังสือ สู้กับตัวเอง มาเป็นศาลอัยการไม๊ฮะ คะแนนถึงก็สอบผ่านแล้ว สู้กับตัวเองแค่นั้น
ดีกว่าสู้กับคนอื่น และต้องอาศัยปัจจัยอื่นด้วย เอาใจใครต่อใครด้วย
เรียนนิติ มสธ ไม่ยาก เทียบโอน นรต เรียนสองปีสามปีก็จบ
เนติ มีเวลาน้อย ก็เก็บเทอมละขา สองปีจบ
เป็น พงส ทำคดีมา20คดี
ก็มีสิทธิสอบอัยการศาลสนามใหญ่แล้ว
อัยการเปิิดทีไร นายตำรวจที่ไปเข้าสอบได้เกือบหมดแหละฮะ เพราะข้อสอบเป็นวิอาญา 60% จับค้นฝากขัง สอบสวนเพิ่มเติม เป็นพวกแนวปฎิบัติ ข้อสอบไม่ต้องอิงคำพิพากษาฎีกา เขียนตอบแค่หลักกฎหมาย ก็ได้คะแนนฮะ ต่างกับศาลต้องมีคำพิพากษาฎีกา
ดังนั้น นายตำรวจทำงานด้านสอบสวน สอบอัยการก็สอบได้กันเกือบหมด
ก็อย่างทีทราบกันนะฮะ อัยการก็คล้ายๆตำรวจ มีการเมืองเส้นสายบ้าง แต่ก็ไม่มากเท่าตำรวจ การขอย้ายอะไรไม่ยากเท่าศาล พูดกับผู้ใหญ่ก็โยกไปได้ เวลาทำงานใครอยากอยู่สงบๆก็อยู่ได้ อยากการเมืองวุ่นวายก็แล้วแต่
ตอนนี้ทางอัยการ ปรับโครงสร้างเยอะ มากเปิดหน่วยงานต่างๆเยอะมาก ตอนนี้ล่าสุดมีจะเปิดหน่วยงานทำงานกับ dsi
ตอนนี้ก็มีกองคดีเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ถือว่าอัยการก้าวไกลทันสมัยมาก และจะเปิดรับพนักงานอัยการจำนวนมากแน่นอน
ได้ข่าวว่า สนามใหญ่อัยการปีนี้จะเอาถึง 400ท่าน อันนี้เป็นข่าวภายใน ยังไงต้องรอติดตามกันอีกที
ศาลการเมืองน้อย เส้นสายน้อยและยากฮะ ไปตามคิว จะมีก็เรืองขอไปจังหวัดไหนแค่นั้น เรืองแซงคิวกันไม่มี ไปตามคิวอันดับสอบได้
เขียนมาเพื่อเสนอแนะนะฮะ ว่าถ้าเหนือยเอาใจใคร มีเรืองเงินทอง ก็มีแนวทางนี้ สู้กับตัวเอง ไม่ต้องสู้กับใคร
พี่ๆตำรวจที่รู้ัจัก ระดับรอง ผกก หลายท่านฮะ อายุมากแล้วก็ยังคิดเปลียนสายมาทางอัยการ เพิ่งได้เนติไปก็จะสอบอัยการศาลปีนี้
ทุกวันนี้ พี่เค้าบอกว่ามือถ้าได้จับหนังสือนี่ไม่ปล่อยเลย เห้นพี่เค้าอ่านหนังสือถึงตีสาม พี่เค้าบอกว่าสู้กับตัวเองง่ายกว่า
แล้วแต่ความชอบฮะ ว่าอยากมีlife styleแบบไหน
ทุกอาชีพในสายยุติธรรมมีความสำคัญเท่ากัน ให้ความยุติธรรมแก่ประชาชนได้หมดฮะ
อยากให้คนที่บ้านคิดแบบนี้บ้างจัง
เรื่องเรียนนิติ มสธ นี่กระตุ้นตั้งนานแล้ว
แต่สมัครใจเลี้ยงวัวเลี้ยงควายมากกว่า
เลิกงานก็มุ่งหน้าเข้าไร่ทันที จะรุ่งกับเขาบ้างไม๊เนี่ย