24 พฤษภาคม 2012, 15:11 น.

หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: โดนแท๊กซี่หลอก..แล้วทิ้งไว้ข้างทาง  (อ่าน 378 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Toon
ขันตี - อุตสาหะ
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 32



« เมื่อ: 8 พฤศจิกายน 2009, 22:26 น. »

คิดว่าแท๊กซี่ ภูเก็ตโหดแล้วนะ แท๊กซี่กรุงเตพโหดยิ่งกว่า ไปกรุงเตพครั้งแรก ก็แจ๊กพ็อตแตกเลย
นั่งรถมาเกือบจะถึงสายใต้อยู่แล้ว อยู่ๆแท๊กซี่ก็บอกว่า ไปไม่ถูก คุณลงรถตรงนี้แล้วเรียกแท๊กซี่คนอื่นแล้วกัน
อยากรู้ไหมว่าแท๊กซี่ทิ้งพวกเราไว้ตรงไหน เลยสี่แยกถนนราชพฤกษ์ ไปประมาณ 1 กม.มั้ง (จำไม่ค่อยได้)
พวกเราต้องเดินมาตั้งหลักที่โรงบาลพญาไท 3 (หลงทาง)
ทำให้ต้องเสียตังก์โดยใช่เหตุอีก โทรไปรบกวนคุณตำรวจ เพื่อถามทาง
ตร.ทางหลวงมีไม่โทรนะ โทร 191(จำได้อยู่เบอร์เดียว)
คุณตำรวจที่อยู่ สน.ใกล้ๆแถวนั้น ใจดีมากๆ(กำลังจะกลับบ้าน)อาสาไปส่งถึงสายใต้เลย
ถ้าคุณตำรวจคนนั้นได้อ่าน ขอขอบคุณ อีกครั้งนะคะ (หนูกำลังจะขึ้นไปกรุงเตพอีกแล้ว)
บันทึกการเข้า
อืม
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #1 เมื่อ: 9 พฤศจิกายน 2009, 10:01 น. »

คนสมัยนี้แย่อ่ะ แล้วตกลงคุณตำรวจคนนั้นชื่ออะไร ไม่ได้ถามหรอ
บันทึกการเข้า
psyche
ขาจร
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 13


ชีวิต..ลัลล้า..


« ตอบ #2 เมื่อ: 9 พฤศจิกายน 2009, 11:06 น. »

ไปอ่านเจอจากที่นี่ http://vwthai.hypermart.net/Clubhouse/37158.html

*1644 แท๊กซี่อุ่นใจ.. บริการแจ่ม มาช่วยกันใช้ เพื่อความปลอดภัยของทุกท่าน
เมื่อวันศุกร์เย็น รถติดถล่มทะลาย ผมกลับจากต่างจังหวัด มาลงรถทัวร์หมอชิต ต่อแท๊กซี่กลับบ้าน พอดีในรถเปิดวิทยุ สวพ. กำลังโปรโมทบริการ * 1644 จากค่าย AIS เค้าโฆษณาว่า "แท๊กซี่อุ่นใจ ของหายได้คืน" ฟังดู เอ๊ะ มันอะไร มันทำงานอย่างไร

เค้าบอกว่า เพียงคุณโทร * 1644 แล้วบันทึก เลขทะเบียนและสีรถแท๊กซี่ ทุกครั้งเมื่อขึ้นรถแท๊กซี่ เหมือนกับการฝากข้อความเสียงไว้นั่นแหละ เมื่อเวลาคุณลงรถแล้วเกิดลืมของไว้ ก็สามารถโทรกลับไปที่ AIS เพื่อให้เค้าติดตามรถแท๊กซี่คันดังกล่าวเพื่อเอาของมาคืนให้คุณได้

โอ้..พระเจ้าจอร์จ ..มัน..ยอด..มาก มัน..แยบ..ยล..มาก

ผมขอยกนิ้วหัวแม่มือ ขอยกยกย่องคนที่คิดบริการนี้ด้วยความจริงใจ มันได้ใจมากๆ คุณ..สุดยอด..มากครับ

ทำไมผมถึงดีใจจนออกนอกหน้าขนาดนี้.. ไม่ได้ล้อเล่น..มาลองวิเคราะห์กัน

ประการแรก ผมเชื่อว่าคนที่คิดบริการนี้ขึ้นมา ไม่ได้มองถึงปัญหาการลืมของไว้บนแท๊กซี่เพียงอย่างเดียวหรอกครับ

เพราะผมเองเคยให้คนที่รักขึ้นรถแท๊กซี่ ทุกครั้งถ้าเป็นไปได้ผมจะแนะนำว่า ให้ใช้บริการโทรไปเรียกรถจากศูนย์วิทยุ เพราะอะไรหรือ เพราะทุกครั้งที่ศูนย์วิทยุจ่ายงานให้รถแท๊กซี่ เค้ามีการบันทึกไว้ ว่ารถคันไหนไปรับผู้โดยสารที่ไหน

เวลาเราต้องให้ ลูกสาว ภรรยา หรือคนในบ้านที่หมิ่นเหม่ต่อความเสี่ยง ขึ้นรถแท๊กซี่ เราต้องคิดเสมอว่า คนที่เรารักนั้นจะเดินทางโดยสวัสดิภาพหรือเปล่า จากข่าวภัยอันตรายที่เกิดกับผู้โดยสารที่ปรากฏอยู่เสมอ..คงไม่ต้องสาธยายให้เห็นภาพมากไปกว่านี้

ดังนั้นการที่มีการบันทึกว่าเราโดยสารแท๊กซี่คันไหน ย่อมเป็นการสร้างความอุ่นใจได้มากมาย คนขับแท๊กซี่จะรู้ทันทีว่าถ้าสร้างปัญหากับผู้โดยสาร ก็ไม่น่าจะหลุดรอดจากการรับโทษไปได้

เวลาที่ใช้บริการ * 1644 นี้ ผู้โดยสารจะต้องพูดเลขทะเบียนและสีรถลงไปในโทรศัพท์ คนขับแท๊กซี่จะรู้ทันทีว่าเราใช้บริการนี้ และการเดินทางครั้งนี้ได้ถูกบันทึกไว้แล้ว ถ้าคิดม?ดีมิร้ายอย่างใด ขอให้จงลังเลและล้มเลิกความคิดซะ

ประการที่สอง ที่ผมยกย่องคนคิดบริการนี้ คือการโฆษณาว่า "แท๊กซี่อุ่นใจ ของหายได้คืน" เป็นสโลแกนที่แยบยลสุดๆ เพราะมันฟังเข้าหู ไม่แสลงใจคนขับแท๊กซี่ มันฟังดูดีกับคนโดยสาร

ทั้งๆที่นัยสำคัญของบริการนี้ อาจตีความทำนองว่า "ลูกเมียปลอดภัย ไม่ต้องโดน...." หรือ "ถ้าคิดชั่วกับผู้โดยสาร เอ็งเข้าตารางแน่" ฯลฯ

การโฆษณาเพียงว่า "แท๊กซี่อุ่นใจ ของหายได้คืน" นั้น ผู้โดยสารที่ใช้บริการ ไม่ต้องตะขิดตะขวงใจที่จะใช้บริการ ไม่ต้องเกรงใจคนขับแท๊กซี่

เพราะเหมือนการเผื่อไว้ ผมใช้บริการเพราะเผื่อลืมของไว้ คนขับก็จะรู้ว่าจะหาผมเจอ เพราะเค้าสามารถโทรไปที่ AIS ได้เหมือนกัน

ว่าแล้วจึงขอเชิญชวนให้ใช้บริการนี้กันอย่างแพร่หลาย เอาให้เป็นนิสัย ให้เป็นประเพณีในการโดยสารรถแท๊กซี่กันเถอะครับ

ท่านที่ใช้โทรศัพท์ค่ายอื่นก็ฉวยโอกาสได้ครับ เพราะคนขับแท๊กซี่ไม่รู้หรอกว่าเราโทรไปไหน โทรไปหาแฟนก็ได้ โทรไปเข้าเมล์บ๊อกส์ของเพื่อนก็ได้ หรือไม่ต้องโทรไปไหน แต่แกล้งพูดเลขทะเบียนและสีรถลงไปในโทรศัพท์ ก็เป็นอันใช้ได้ ได้ผลทางจิตวิทยาต่อคนขับรถแท๊กซี่เหมือนกัน

แต่ทางที่ดี กทช.น่าจะบังคับให้โทรศัพท์ทุกค่ายมีบริการนี้เสียเลย เป็นประโยชน์แน่ๆ ครับ
 

 

บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: