
ความงามของผิวพรรณเปลี่ยนไปตามกระแสนิยม ในปัจจุบันสาวไทยชอบผิวขาวใส จึงมีผลิตภัณฑ์มากมายให้ผู้บริโภคได้ใช้ เช่น ครีมช่วยผิวขาวซึ่งส่วนใหญ่ผสมสารป้องกันแสงแดด เพื่อป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต (ยูวี-บี และ ยูวี-เอ) ซึ่งกระตุ้นเซลล์สร้างเม็ดสี
ส่วนสารผสมอื่น เช่นวิตามินซี วิตามินอี สารสกัดจากพืชหรือสมุนไพร จะไม่ช่วยลดการสร้างเม็ดสีเท่าใด ผสมเพียงเพื่อเป็นจุดขายให้ดูแตกต่างเท่านั้น
โดยธรรมชาติของสีผิว สีผม และสีม่านตา ในแต่ละเชื้อชาติจะแตกต่างกัน โดยมีพันธุกรรมเกือบร้อยหน่วยพันธุกรรมเป็นตัวควบคุม ขนาดและจำนวน การกระจายของเซลล์สร้างเม็ดสีในทุกเชื้อชาติจะเท่ากันแต่ความสามารถของเซลล์ในการสร้างจำนวนเม็ดสี ขนาดของเม็ดสีและการกระจายของเม็ดสีในเซลล์ผิวหนัง หรือการตอบสนองของเซลล์สร้างเม็ดสีต่อสิ่งกระตุ้น เช่น รังสียูวี ฮอร์โมน โมเลกุลของสารอักเสบ หรือสารเคมีซึ่งได้รับจากภายนอกจะแตกต่างกัน
ถ้ากล่าวโดยรวมก็คือ ธรรมชาติของสีผิวแต่ละบุคคลจะแตกต่างกันตามเหตุ(พันธุกรรม) และปัจจัย(สิ่งแวดล้อมซึ่งเปลี่ยนแปลง)
มีการแบ่งลักษณะสีผิวเป็น 6 ชนิด โดยใช้ลักษณะสีผิวโดยชาติพันธุ์ การเปลี่ยนแปลงของผิวเมื่อผิวไหม้แดด และการคล้ำของสีผิวเมื่อได้รับแสงแดด
ผิวหนังชนิดที่ 1 ผิวขาวมาก ไหม้แดดง่าย และไม่มีสีผิวแทน เช่น คนไอริชหรือสก็อต จะมีม่านตาสีฟ้า ผมแดง หน้าตกกระ
ผิวหนังชนิดที่ 2 ผิวขาวไหม้แดดง่าย เกิดสีผิวแทนบ้าง เช่น ชาวสแกนดิเนเวียน จะมีผมสีแดงหรือทอง ม่านตาสีฟ้า ตกกระจำนวนมาก
ผิวหนังชนิดที่ 3 ผิวขาว ไหม้แดดบ้าง ผิวแทนได้ เป็นผิวของชาวตะวันตก ซึ่งมีผมสีทอง หรือสีน้ำตาลอ่อน ม่านตาสีน้ำตาล
ผิวหนังชนิดที่ 4 ผิวสีน้ำตาลอ่อน ไหม้แดดเล็กน้อย สีผิวแทนง่าย เป็นผิวชาวจีน ญี่ปุ่น อินเดียและชาวตะวันออกกลาง มีผมสีดำ ม่านตาสีดำ
ผิวหนังชนิดที่ 5 ผิวสีน้ำตาล ผิวไม่ไหม้แดด และผิวสีแทนเข้ม เป็นผิวชาวเม็กซิกัน อียิปต์ มาเลย์ และสเปน มีสีผมและม่านตาสีดำ
ผิวหนังชนิดที่ 6 ผิวดำเข้มไม่ไหม้แดดไม่มีผิวแทน เป็นผิวชาติอัฟริกัน สีผมสีดำ ม่านตาสีดำ
ผิวคนไทยมี 2 ลักษณะคือ เป็นผิวชนิดที่ 4 คือผิวขาวแบบชาวจีน และผิวชนิดที่ 5 คือผิวสีน้ำตาลซึ่งมีสีผิวแทนเข้ม ในวรรณคดีไทยจึงมีคำบรรยายความงามแบบของผิว 2 แบบคือ ผิวขาวนวลใยเหมือนแตงร่มใบ ซึ่งเป็นลักษณะผิวชนิดที่ 4 และผิวงามขำคือ ผิวชนิดที่ 5
แต่กระแสปัจจุบันจะกล่าวเฉพาะความงามขาวใสจึงทำให้คนงามคมขำเกิดปัญหา พยายามหาผลิตภัณฑ์เพื่อเปลี่ยนสีผิวให้ขาว เมื่อเปลี่ยนไม่ได้ก็เลยกลายเป็นปมด้อยไปว่าโชคร้ายเกิดมาตัวดำ แต่ถ้าพิจารณาแบบมีปัญญาก็จะภูมิใจในสีผิวคล้ำของตัวเองสองประการ
สีผิวคล้ำเป็นสีผิวที่คนผิวขาวในประเทศที่พัฒนาแล้วอยากได้ จึงเห็นฝรั่งเข้ามาเมืองไทยเพื่ออาบแดดให้ผิวคล้ำลง ฝรั่งชาติตะวันตกที่มีรายได้สูงเท่านั้นที่จะมีโอกาสมาท่องเที่ยวให้สีผิวแทนได้ ดังนั้น จงภูมิใจกับสีผิวคล้ำเพราะเป็นความทันสมัยของชาติพัฒนา
สีผิวคล้ำเป็นวิวัฒนาการเพื่อการอยู่รอดของเผ่าพันธุ์ ประเทศไทยอยู่ในเขตร้อน มีแสงแดดตลอดปี ดังนั้น สีผิวคล้ำจะป้องกันอันตรายจากรังสีอัลตราไวโอเลตได้อย่างดี คนไทยจึงไม่เป็นมะเร็งผิวหนังเหมือนฝรั่งซึ่งชอบอาบแดด และสีผิวคล้ำยังช่วยป้องกันรอยเหี่ยวย่นจากความเสื่อมของผิวหนังจากรังสีอัลตราไวโอเลตได้
ผิวคนไทย ชนิดที่ 5 จึงเป็นผิวเนียนอ่อนกว่าวัย ดังนั้น จงภูมิใจกับผิวงามขำกันเถิด แต่ยังมีหลายท่านยังทำใจไม่ได้ที่เกิดมางามขำ อยากจะผิวขาวผ่องนวลใย ก็มักจะซื้อผลิตภัณฑ์ที่กล่าวอ้างว่าช่วยเปลี่ยนสีผิวได้มาใช้อย่างฟุ่มเฟือย
ส่วนประกอบสำคัญ คือ สารปกป้องแสงแดด ยากันแดดก็มีขายกันหลายประเภทอาจป้องกันได้ทั้งยูวี-เอ และ/หรือยูวี-บี โดยประสิทธิภาพของสารป้องกันแสงแดดมักจะอ้างถึง SPF (Sun Protective Factor) คือความสามารถในการป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต บี (ยูวี-บี) จากเดิมเคยใช้ แค่ SPF20 ก็เพียงพอ แต่ปัจจุบันมักใช้สูงเป็น SPF60 SPF100 บางชนิดสูงถึง SPF130 หลายท่านไม่เข้าใจอาจคิดว่าใช้ SPF สูงๆ จึงจะได้ผล
โดยหลักการที่ถูกต้องคนไทยไม่จำเป็นต้องใช้ยากันแดด SPF เกิน20 เพราะนิสัยคนไทยไม่ชอบแดด ขี้ร้อน ชอบหลบอยู่แต่ในร่ม ผิดกับฝรั่งถ้าเห็นแสงแดดจะวิ่งเข้าหา และด้วยผิวคนไทยคล้ำแดดง่ายจึงปลอดภัยจากรังสียูวี และสารป้องกันแสงแดด SPF100 จะป้องกันได้เฉพาะรังสี ยูวี-บี แต่ยังไม่สามารถป้องกันรังสี ยูวี-เอ ซึ่งมีปริมาณสูงมากในแสงแดดได้ รังสียูวี-เอ จะกระตุ้นการสร้างสีผิวได้ ผิวจึงคล้ำแดดได้เหมือนเดิม
การหลบแดดจะช่วยให้ผิวขาวมากกว่าการใช้ยากันแดด เพราะคนใช้ยากันแดดมักประมาท โดยเข้าใจว่า SPF สูงแสดงว่ากันแดดได้หมด การใช้ยากันแดดซึ่งมี SPF สูง จะมีข้อเสีย คือ ราคาผลิตภัณฑ์จะแพงและครีมมีสารป้องกันแสงแดดหลายชนิดโอกาสแพ้และการะคายเคืองจึงสูงกว่า และชนิดซึ่งกันน้ำได้ยังก่อให้เกิดการอุดตัน ดังนั้นหลายท่านเป็นสิวเพิ่มขึ้นหลังใช้ยากันแดด
สำหรับครีมหน้าขาวซึ่งมีจำหน่ายแบบขายตรงโดยไม่มีใบรับรองจาก อย. ก็มักผสมสารอันตรายต้องห้าม เช่น สารไฮโดรควิโนน สารปรอท ซึ่งจะก่อให้ผิวเสียการในระยะยาว ถ้ามีปัญหาควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังจะปลอดภัยกว่า
ดังนั้น ก็อยากให้ผู้ซึ่งผิวคล้ำแดดง่ายเข้าใจธรรมชาติของผิวหนังว่าสีผิวได้ถูกกำหนดมาตั้งแต่เกิด โดยพันธุกรรมของบิดามารดา จึงยากที่จะเปลี่ยนได้ แต่ในชาตินี้จะทำอย่างไรจึงจะหมดทุกข์ ก็คงต้องทำใจและการรำพึงรำพันกับนิยาม คนผิวงามขำผิวเนียนอ่อนกว่าวัยและปราศจากภัยจากโรคมะเร็งผิวหนัง