23 พฤษภาคม 2012, 14:12 น.

หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ผิวงามขำ  (อ่าน 1508 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
นายเวรฯ_ผบ..
วิจัยกรณี
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 282



เว็บไซต์
« เมื่อ: 10 ธันวาคม 2004, 08:09 น. »

icon_biggrin   ความงามของผิวพรรณเปลี่ยนไปตามกระแสนิยม ในปัจจุบันสาวไทยชอบผิวขาวใส จึงมีผลิตภัณฑ์มากมายให้ผู้บริโภคได้ใช้ เช่น ครีมช่วยผิวขาวซึ่งส่วนใหญ่ผสมสารป้องกันแสงแดด เพื่อป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต (ยูวี-บี และ ยูวี-เอ) ซึ่งกระตุ้นเซลล์สร้างเม็ดสี
       ส่วนสารผสมอื่น เช่นวิตามินซี วิตามินอี สารสกัดจากพืชหรือสมุนไพร จะไม่ช่วยลดการสร้างเม็ดสีเท่าใด ผสมเพียงเพื่อเป็นจุดขายให้ดูแตกต่างเท่านั้น
       
       โดยธรรมชาติของสีผิว สีผม และสีม่านตา ในแต่ละเชื้อชาติจะแตกต่างกัน โดยมีพันธุกรรมเกือบร้อยหน่วยพันธุกรรมเป็นตัวควบคุม ขนาดและจำนวน การกระจายของเซลล์สร้างเม็ดสีในทุกเชื้อชาติจะเท่ากันแต่ความสามารถของเซลล์ในการสร้างจำนวนเม็ดสี ขนาดของเม็ดสีและการกระจายของเม็ดสีในเซลล์ผิวหนัง หรือการตอบสนองของเซลล์สร้างเม็ดสีต่อสิ่งกระตุ้น เช่น รังสียูวี ฮอร์โมน โมเลกุลของสารอักเสบ หรือสารเคมีซึ่งได้รับจากภายนอกจะแตกต่างกัน
       
       ถ้ากล่าวโดยรวมก็คือ ธรรมชาติของสีผิวแต่ละบุคคลจะแตกต่างกันตามเหตุ(พันธุกรรม) และปัจจัย(สิ่งแวดล้อมซึ่งเปลี่ยนแปลง)
       
       มีการแบ่งลักษณะสีผิวเป็น 6 ชนิด โดยใช้ลักษณะสีผิวโดยชาติพันธุ์ การเปลี่ยนแปลงของผิวเมื่อผิวไหม้แดด และการคล้ำของสีผิวเมื่อได้รับแสงแดด
       
       ผิวหนังชนิดที่ 1 ผิวขาวมาก ไหม้แดดง่าย และไม่มีสีผิวแทน เช่น คนไอริชหรือสก็อต จะมีม่านตาสีฟ้า ผมแดง หน้าตกกระ
       
       ผิวหนังชนิดที่ 2 ผิวขาวไหม้แดดง่าย เกิดสีผิวแทนบ้าง เช่น ชาวสแกนดิเนเวียน จะมีผมสีแดงหรือทอง ม่านตาสีฟ้า ตกกระจำนวนมาก
       
       ผิวหนังชนิดที่ 3 ผิวขาว ไหม้แดดบ้าง ผิวแทนได้ เป็นผิวของชาวตะวันตก ซึ่งมีผมสีทอง หรือสีน้ำตาลอ่อน ม่านตาสีน้ำตาล
       
       ผิวหนังชนิดที่ 4 ผิวสีน้ำตาลอ่อน ไหม้แดดเล็กน้อย สีผิวแทนง่าย เป็นผิวชาวจีน ญี่ปุ่น อินเดียและชาวตะวันออกกลาง มีผมสีดำ ม่านตาสีดำ
       
       ผิวหนังชนิดที่ 5 ผิวสีน้ำตาล ผิวไม่ไหม้แดด และผิวสีแทนเข้ม เป็นผิวชาวเม็กซิกัน อียิปต์ มาเลย์ และสเปน มีสีผมและม่านตาสีดำ
       
       ผิวหนังชนิดที่ 6 ผิวดำเข้มไม่ไหม้แดดไม่มีผิวแทน เป็นผิวชาติอัฟริกัน สีผมสีดำ ม่านตาสีดำ
       
       ผิวคนไทยมี 2 ลักษณะคือ เป็นผิวชนิดที่ 4 คือผิวขาวแบบชาวจีน และผิวชนิดที่ 5 คือผิวสีน้ำตาลซึ่งมีสีผิวแทนเข้ม ในวรรณคดีไทยจึงมีคำบรรยายความงามแบบของผิว 2 แบบคือ ผิวขาวนวลใยเหมือนแตงร่มใบ ซึ่งเป็นลักษณะผิวชนิดที่ 4 และผิวงามขำคือ ผิวชนิดที่ 5
       
       แต่กระแสปัจจุบันจะกล่าวเฉพาะความงามขาวใสจึงทำให้คนงามคมขำเกิดปัญหา พยายามหาผลิตภัณฑ์เพื่อเปลี่ยนสีผิวให้ขาว เมื่อเปลี่ยนไม่ได้ก็เลยกลายเป็นปมด้อยไปว่าโชคร้ายเกิดมาตัวดำ แต่ถ้าพิจารณาแบบมีปัญญาก็จะภูมิใจในสีผิวคล้ำของตัวเองสองประการ
       
       สีผิวคล้ำเป็นสีผิวที่คนผิวขาวในประเทศที่พัฒนาแล้วอยากได้ จึงเห็นฝรั่งเข้ามาเมืองไทยเพื่ออาบแดดให้ผิวคล้ำลง ฝรั่งชาติตะวันตกที่มีรายได้สูงเท่านั้นที่จะมีโอกาสมาท่องเที่ยวให้สีผิวแทนได้ ดังนั้น จงภูมิใจกับสีผิวคล้ำเพราะเป็นความทันสมัยของชาติพัฒนา
       
       สีผิวคล้ำเป็นวิวัฒนาการเพื่อการอยู่รอดของเผ่าพันธุ์ ประเทศไทยอยู่ในเขตร้อน มีแสงแดดตลอดปี ดังนั้น สีผิวคล้ำจะป้องกันอันตรายจากรังสีอัลตราไวโอเลตได้อย่างดี คนไทยจึงไม่เป็นมะเร็งผิวหนังเหมือนฝรั่งซึ่งชอบอาบแดด และสีผิวคล้ำยังช่วยป้องกันรอยเหี่ยวย่นจากความเสื่อมของผิวหนังจากรังสีอัลตราไวโอเลตได้
       
       ผิวคนไทย ชนิดที่ 5 จึงเป็นผิวเนียนอ่อนกว่าวัย ดังนั้น จงภูมิใจกับผิวงามขำกันเถิด แต่ยังมีหลายท่านยังทำใจไม่ได้ที่เกิดมางามขำ อยากจะผิวขาวผ่องนวลใย ก็มักจะซื้อผลิตภัณฑ์ที่กล่าวอ้างว่าช่วยเปลี่ยนสีผิวได้มาใช้อย่างฟุ่มเฟือย
       
       ส่วนประกอบสำคัญ คือ สารปกป้องแสงแดด ยากันแดดก็มีขายกันหลายประเภทอาจป้องกันได้ทั้งยูวี-เอ และ/หรือยูวี-บี โดยประสิทธิภาพของสารป้องกันแสงแดดมักจะอ้างถึง SPF (Sun Protective Factor) คือความสามารถในการป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต บี (ยูวี-บี) จากเดิมเคยใช้ แค่ SPF20 ก็เพียงพอ แต่ปัจจุบันมักใช้สูงเป็น SPF60 SPF100 บางชนิดสูงถึง SPF130 หลายท่านไม่เข้าใจอาจคิดว่าใช้ SPF สูงๆ จึงจะได้ผล
       
       โดยหลักการที่ถูกต้องคนไทยไม่จำเป็นต้องใช้ยากันแดด SPF เกิน20 เพราะนิสัยคนไทยไม่ชอบแดด ขี้ร้อน ชอบหลบอยู่แต่ในร่ม ผิดกับฝรั่งถ้าเห็นแสงแดดจะวิ่งเข้าหา และด้วยผิวคนไทยคล้ำแดดง่ายจึงปลอดภัยจากรังสียูวี และสารป้องกันแสงแดด SPF100 จะป้องกันได้เฉพาะรังสี ยูวี-บี แต่ยังไม่สามารถป้องกันรังสี ยูวี-เอ ซึ่งมีปริมาณสูงมากในแสงแดดได้ รังสียูวี-เอ จะกระตุ้นการสร้างสีผิวได้ ผิวจึงคล้ำแดดได้เหมือนเดิม
       
       การหลบแดดจะช่วยให้ผิวขาวมากกว่าการใช้ยากันแดด เพราะคนใช้ยากันแดดมักประมาท โดยเข้าใจว่า SPF สูงแสดงว่ากันแดดได้หมด การใช้ยากันแดดซึ่งมี SPF สูง จะมีข้อเสีย คือ ราคาผลิตภัณฑ์จะแพงและครีมมีสารป้องกันแสงแดดหลายชนิดโอกาสแพ้และการะคายเคืองจึงสูงกว่า และชนิดซึ่งกันน้ำได้ยังก่อให้เกิดการอุดตัน ดังนั้นหลายท่านเป็นสิวเพิ่มขึ้นหลังใช้ยากันแดด
       
       สำหรับครีมหน้าขาวซึ่งมีจำหน่ายแบบขายตรงโดยไม่มีใบรับรองจาก อย. ก็มักผสมสารอันตรายต้องห้าม เช่น สารไฮโดรควิโนน สารปรอท ซึ่งจะก่อให้ผิวเสียการในระยะยาว ถ้ามีปัญหาควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังจะปลอดภัยกว่า
       
       ดังนั้น ก็อยากให้ผู้ซึ่งผิวคล้ำแดดง่ายเข้าใจธรรมชาติของผิวหนังว่าสีผิวได้ถูกกำหนดมาตั้งแต่เกิด โดยพันธุกรรมของบิดามารดา จึงยากที่จะเปลี่ยนได้ แต่ในชาตินี้จะทำอย่างไรจึงจะหมดทุกข์ ก็คงต้องทำใจและการรำพึงรำพันกับนิยาม “คนผิวงามขำผิวเนียนอ่อนกว่าวัยและปราศจากภัยจากโรคมะเร็งผิวหนัง ”
บันทึกการเข้า

สนิยมผมคุณวางใจ นางแบบนักร้องนางเอกไทย ไม่ได้ครึ่งคุณหรอกครับ สวยขนาดนี้ยันฮีเค้าไม่รับ เธอดูดีมีศักดิ์ศรีชาติตกูล สะโพกก็เจโล อันนั้นเท่าบอลลูน ไม่ได้ชมคุณนะครับยิ้มให้มาอย่างเนี้ย
angel
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #1 เมื่อ: 10 ธันวาคม 2004, 18:22 น. »

ชอบกระทู้นี้ค่ะ
บันทึกการเข้า
poo001rb
Website Team
นายร้อยตำรวจเวรปกครอง
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,403


*0*


*0*
« ตอบ #2 เมื่อ: 21 มกราคม 2005, 18:28 น. »

แต่เงียบจังเลย เนื้อหาก็ดี สงสัยยาวไปอิอิ คนเขาขี้เกียจอ่าน icon_twisted  icon_twisted
บันทึกการเข้า

สราไม่ได้สร้างวีรบุรุษ แต่วีรบุรุษกะขาดสุราไม่ได้
kikak
วิจัยกรณี
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 182



« ตอบ #3 เมื่อ: 21 กันยายน 2005, 12:13 น. »

ยาวจังอ่านนานมาก..............
บันทึกการเข้า
kikak
วิจัยกรณี
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 182



« ตอบ #4 เมื่อ: 21 กันยายน 2005, 12:17 น. »

ถึงจะดำแต่ก็ดูดีนะค๊า.......555  ตัวดำแต่ใจไมดำนะ อิอิอิ
บันทึกการเข้า
viraslove
ขาจร
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5



« ตอบ #5 เมื่อ: 22 กันยายน 2005, 01:08 น. »

icon_cool  icon_cool  icon_cool พอดีเราก็ผิวสีแทน แต่ออกน้าผึ้งนะ เราพอใจนะ เพราะมีแต่คนชมว่าผิวเราเนียนสวยมากๆ icon_lol  หลงตัวเองนิดนึงนะ55555
บันทึกการเข้า

ยากบอกเธอไม่ผิด..แต่เธอไม่ใช่..ฉันต้องบอกว่าฉันเสียใจ ..ว่ารักเธอไม่ได้จริงๆ..ยอมรับเป็นคนที่ผิดเอง.. ขอให้เธอเป็นฝ่ายทิ้ง.. อยากให้เธอพบคนที่ดีจริง.. ขอโทษทีไม่มีใจให้เธอ...
Anonymous
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #6 เมื่อ: 23 กุมภาพันธ์ 2006, 15:46 น. »

อ้างจาก: "นายเวรฯ_ผบ.."
icon_biggrin   ความงามของผิวพรรณเปลี่ยนไปตามกระแสนิยม ในปัจจุบันสาวไทยชอบผิวขาวใส จึงมีผลิตภัณฑ์มากมายให้ผู้บริโภคได้ใช้ เช่น ครีมช่วยผิวขาวซึ่งส่วนใหญ่ผสมสารป้องกันแสงแดด เพื่อป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต (ยูวี-บี และ ยูวี-เอ) ซึ่งกระตุ้นเซลล์สร้างเม็ดสี
       ส่วนสารผสมอื่น เช่นวิตามินซี วิตามินอี สารสกัดจากพืชหรือสมุนไพร จะไม่ช่วยลดการสร้างเม็ดสีเท่าใด ผสมเพียงเพื่อเป็นจุดขายให้ดูแตกต่างเท่านั้น
       
       โดยธรรมชาติของสีผิว สีผม และสีม่านตา ในแต่ละเชื้อชาติจะแตกต่างกัน โดยมีพันธุกรรมเกือบร้อยหน่วยพันธุกรรมเป็นตัวควบคุม ขนาดและจำนวน การกระจายของเซลล์สร้างเม็ดสีในทุกเชื้อชาติจะเท่ากันแต่ความสามารถของเซลล์ในการสร้างจำนวนเม็ดสี ขนาดของเม็ดสีและการกระจายของเม็ดสีในเซลล์ผิวหนัง หรือการตอบสนองของเซลล์สร้างเม็ดสีต่อสิ่งกระตุ้น เช่น รังสียูวี ฮอร์โมน โมเลกุลของสารอักเสบ หรือสารเคมีซึ่งได้รับจากภายนอกจะแตกต่างกัน
       
       ถ้ากล่าวโดยรวมก็คือ ธรรมชาติของสีผิวแต่ละบุคคลจะแตกต่างกันตามเหตุ(พันธุกรรม) และปัจจัย(สิ่งแวดล้อมซึ่งเปลี่ยนแปลง)
       
       มีการแบ่งลักษณะสีผิวเป็น 6 ชนิด โดยใช้ลักษณะสีผิวโดยชาติพันธุ์ การเปลี่ยนแปลงของผิวเมื่อผิวไหม้แดด และการคล้ำของสีผิวเมื่อได้รับแสงแดด
       
       ผิวหนังชนิดที่ 1 ผิวขาวมาก ไหม้แดดง่าย และไม่มีสีผิวแทน เช่น คนไอริชหรือสก็อต จะมีม่านตาสีฟ้า ผมแดง หน้าตกกระ
       
       ผิวหนังชนิดที่ 2 ผิวขาวไหม้แดดง่าย เกิดสีผิวแทนบ้าง เช่น ชาวสแกนดิเนเวียน จะมีผมสีแดงหรือทอง ม่านตาสีฟ้า ตกกระจำนวนมาก
       
       ผิวหนังชนิดที่ 3 ผิวขาว ไหม้แดดบ้าง ผิวแทนได้ เป็นผิวของชาวตะวันตก ซึ่งมีผมสีทอง หรือสีน้ำตาลอ่อน ม่านตาสีน้ำตาล
       
       ผิวหนังชนิดที่ 4 ผิวสีน้ำตาลอ่อน ไหม้แดดเล็กน้อย สีผิวแทนง่าย เป็นผิวชาวจีน ญี่ปุ่น อินเดียและชาวตะวันออกกลาง มีผมสีดำ ม่านตาสีดำ
       
       ผิวหนังชนิดที่ 5 ผิวสีน้ำตาล ผิวไม่ไหม้แดด และผิวสีแทนเข้ม เป็นผิวชาวเม็กซิกัน อียิปต์ มาเลย์ และสเปน มีสีผมและม่านตาสีดำ
       
       ผิวหนังชนิดที่ 6 ผิวดำเข้มไม่ไหม้แดดไม่มีผิวแทน เป็นผิวชาติอัฟริกัน สีผมสีดำ ม่านตาสีดำ
       
       ผิวคนไทยมี 2 ลักษณะคือ เป็นผิวชนิดที่ 4 คือผิวขาวแบบชาวจีน และผิวชนิดที่ 5 คือผิวสีน้ำตาลซึ่งมีสีผิวแทนเข้ม ในวรรณคดีไทยจึงมีคำบรรยายความงามแบบของผิว 2 แบบคือ ผิวขาวนวลใยเหมือนแตงร่มใบ ซึ่งเป็นลักษณะผิวชนิดที่ 4 และผิวงามขำคือ ผิวชนิดที่ 5
       
       แต่กระแสปัจจุบันจะกล่าวเฉพาะความงามขาวใสจึงทำให้คนงามคมขำเกิดปัญหา พยายามหาผลิตภัณฑ์เพื่อเปลี่ยนสีผิวให้ขาว เมื่อเปลี่ยนไม่ได้ก็เลยกลายเป็นปมด้อยไปว่าโชคร้ายเกิดมาตัวดำ แต่ถ้าพิจารณาแบบมีปัญญาก็จะภูมิใจในสีผิวคล้ำของตัวเองสองประการ
       
       สีผิวคล้ำเป็นสีผิวที่คนผิวขาวในประเทศที่พัฒนาแล้วอยากได้ จึงเห็นฝรั่งเข้ามาเมืองไทยเพื่ออาบแดดให้ผิวคล้ำลง ฝรั่งชาติตะวันตกที่มีรายได้สูงเท่านั้นที่จะมีโอกาสมาท่องเที่ยวให้สีผิวแทนได้ ดังนั้น จงภูมิใจกับสีผิวคล้ำเพราะเป็นความทันสมัยของชาติพัฒนา
       
       สีผิวคล้ำเป็นวิวัฒนาการเพื่อการอยู่รอดของเผ่าพันธุ์ ประเทศไทยอยู่ในเขตร้อน มีแสงแดดตลอดปี ดังนั้น สีผิวคล้ำจะป้องกันอันตรายจากรังสีอัลตราไวโอเลตได้อย่างดี คนไทยจึงไม่เป็นมะเร็งผิวหนังเหมือนฝรั่งซึ่งชอบอาบแดด และสีผิวคล้ำยังช่วยป้องกันรอยเหี่ยวย่นจากความเสื่อมของผิวหนังจากรังสีอัลตราไวโอเลตได้
       
       ผิวคนไทย ชนิดที่ 5 จึงเป็นผิวเนียนอ่อนกว่าวัย ดังนั้น จงภูมิใจกับผิวงามขำกันเถิด แต่ยังมีหลายท่านยังทำใจไม่ได้ที่เกิดมางามขำ อยากจะผิวขาวผ่องนวลใย ก็มักจะซื้อผลิตภัณฑ์ที่กล่าวอ้างว่าช่วยเปลี่ยนสีผิวได้มาใช้อย่างฟุ่มเฟือย
       
       ส่วนประกอบสำคัญ คือ สารปกป้องแสงแดด ยากันแดดก็มีขายกันหลายประเภทอาจป้องกันได้ทั้งยูวี-เอ และ/หรือยูวี-บี โดยประสิทธิภาพของสารป้องกันแสงแดดมักจะอ้างถึง SPF (Sun Protective Factor) คือความสามารถในการป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต บี (ยูวี-บี) จากเดิมเคยใช้ แค่ SPF20 ก็เพียงพอ แต่ปัจจุบันมักใช้สูงเป็น SPF60 SPF100 บางชนิดสูงถึง SPF130 หลายท่านไม่เข้าใจอาจคิดว่าใช้ SPF สูงๆ จึงจะได้ผล
       
       โดยหลักการที่ถูกต้องคนไทยไม่จำเป็นต้องใช้ยากันแดด SPF เกิน20 เพราะนิสัยคนไทยไม่ชอบแดด ขี้ร้อน ชอบหลบอยู่แต่ในร่ม ผิดกับฝรั่งถ้าเห็นแสงแดดจะวิ่งเข้าหา และด้วยผิวคนไทยคล้ำแดดง่ายจึงปลอดภัยจากรังสียูวี และสารป้องกันแสงแดด SPF100 จะป้องกันได้เฉพาะรังสี ยูวี-บี แต่ยังไม่สามารถป้องกันรังสี ยูวี-เอ ซึ่งมีปริมาณสูงมากในแสงแดดได้ รังสียูวี-เอ จะกระตุ้นการสร้างสีผิวได้ ผิวจึงคล้ำแดดได้เหมือนเดิม
       
       การหลบแดดจะช่วยให้ผิวขาวมากกว่าการใช้ยากันแดด เพราะคนใช้ยากันแดดมักประมาท โดยเข้าใจว่า SPF สูงแสดงว่ากันแดดได้หมด การใช้ยากันแดดซึ่งมี SPF สูง จะมีข้อเสีย คือ ราคาผลิตภัณฑ์จะแพงและครีมมีสารป้องกันแสงแดดหลายชนิดโอกาสแพ้และการะคายเคืองจึงสูงกว่า และชนิดซึ่งกันน้ำได้ยังก่อให้เกิดการอุดตัน ดังนั้นหลายท่านเป็นสิวเพิ่มขึ้นหลังใช้ยากันแดด
       
       สำหรับครีมหน้าขาวซึ่งมีจำหน่ายแบบขายตรงโดยไม่มีใบรับรองจาก อย. ก็มักผสมสารอันตรายต้องห้าม เช่น สารไฮโดรควิโนน สารปรอท ซึ่งจะก่อให้ผิวเสียการในระยะยาว ถ้ามีปัญหาควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังจะปลอดภัยกว่า
       
       ดังนั้น ก็อยากให้ผู้ซึ่งผิวคล้ำแดดง่ายเข้าใจธรรมชาติของผิวหนังว่าสีผิวได้ถูกกำหนดมาตั้งแต่เกิด โดยพันธุกรรมของบิดามารดา จึงยากที่จะเปลี่ยนได้ แต่ในชาตินี้จะทำอย่างไรจึงจะหมดทุกข์ ก็คงต้องทำใจและการรำพึงรำพันกับนิยาม “คนผิวงามขำผิวเนียนอ่อนกว่าวัยและปราศจากภัยจากโรคมะเร็งผิวหนัง ”
บันทึกการเข้า
พระนคร51
นายร้อยตำรวจเวรปกครอง
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4,324



« ตอบ #7 เมื่อ: 23 กุมภาพันธ์ 2006, 16:04 น. »

ตาลายครับ
บันทึกการเข้า

Natdam
รักษ์วินัย
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 402



« ตอบ #8 เมื่อ: 23 กุมภาพันธ์ 2006, 17:40 น. »

ยาวเกิ้น........ท่าน icon_cool  icon_cool  icon_cool
บันทึกการเข้า

[size=18]"เพื่อน" ก็เหมือนดาวบนท้องฟ้า ที่ไม่ได้มองเห็นทุกเวลา  แต่เรารู้ว่าอยู่ที่ตรงนั้นเสมอ![/size]
Liverpool Thailand Fanclub
zeus
นายร้อยตำรวจเวรปกครอง
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,950



เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: 25 กุมภาพันธ์ 2006, 17:05 น. »

โอย กว่าจะอ่านย เสร็จ มรึน
บันทึกการเข้า

แสงทองของท้องฟ้าเกิดได้จากดวงอาทิตย์ แต่แสงทองของชีวิตเกิดขึ้นได้จากตัวคุณเอง
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: