19 พฤษภาคม 2012, 01:53 น.

หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เสนอความคิดเห็น  (อ่าน 841 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
SpicyDeviL
บุคคลทั่วไป
« เมื่อ: 9 ตุลาคม 2004, 02:16 น. »

เวบ-ม๊าด-สะ-เต้อ
น่าจะสร้างห้องเพิ่มใหม่นะ...เห็นมีแต่กระทู้ตามหาคน  icon_lol  icon_lol  icon_lol

บอกมาเลยให้ชัดเจน ชื่ออะไร ชั้นอะไร ไปรู้จักกันได้ยังไง ทำไมต้องถามหา...ดีมะ
แล้วก็น่าจะบอกข้อมูลของคนที่มาตั้งกระทู้ถามด้วย...

ในเมื่อก้าวก่ายความเป็นส่วนตัวของอื่นแล้วน่าจะ...แฟร์ ที่จะเปิดเผยตัวเอง
แต่ถ้าถามแค่ไปแอบปลงแอบปลื้ม...แบบดารา ก็.... icon_lol  อืมมมน่าให้อภัย ปล่อยผ่านนนน

ไม่รู้นะ... แค่อยากแสดงความคิดเห็น icon_biggrin
บันทึกการเข้า
Admin
Administrator
นายร้อยตำรวจเวรปกครอง
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4,265



เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 9 ตุลาคม 2004, 13:09 น. »

ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นนะครับ ตอนนี้ผมยังคิดไม่ค่อยออกอ่ะครับว่าจะเพิ่มห้องอะไรดี ใครอยากให้เพิ่มห้องใหม่ ชื่ออะไร ก็เสนอมาได้นะครับ ถ้าน่าสนใจก็จะเพิ่มให้ทันทีครับ ส่วนกรณีที่ผู้ที่เข้ามาโพสไม่เปิดเผยข้อมูลของตนเองนั้น เค้าคงอายมั้งครับ แต่ถ้าใครอยากแฟร์ๆก็สมัครสมาชิกซะนะครับ แล้วกรอกข้อมูลเกี่ยวกับตัวเองให้ครบถ้วน เมื่อเป็นสมาชิกแล้ว และlogin เข้ามาโพสข้อความในบอร์ด ก็จะขึ้นข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลนั้นๆในช่องด้านซ้ายมือของข้อความ อย่างผมนี่ก็ขึ้นข้อมูล่าเป็น Webmaster ยังไงก็เลือกดูเอานะครับ  icon_surprised
บันทึกการเข้า



A r t z S i t e Crew
SpicyDeviL
จเรบอร์ด
ผู้ช่วยนายร้อยตำรวจเวรปกครอง
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 848



« ตอบ #2 เมื่อ: 12 ตุลาคม 2004, 11:02 น. »

ตอนแรกว่าจะไม่สมัครละ แต่เห็นฟรี.....ก็เลยลองสมัครดู icon_biggrin
บันทึกการเข้า
Admin
Administrator
นายร้อยตำรวจเวรปกครอง
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4,265



เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: 14 ตุลาคม 2004, 00:50 น. »

สงสัยคราวหลังต้องแถมตังค์ด้วยละมั้งเนี่ย  icon_lol
บันทึกการเข้า



A r t z S i t e Crew
SpicyDeviL
จเรบอร์ด
ผู้ช่วยนายร้อยตำรวจเวรปกครอง
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 848



« ตอบ #4 เมื่อ: 14 ตุลาคม 2004, 09:24 น. »

แหะๆ อย่าเลยน๊า  icon_cool
บันทึกการเข้า
nfk
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #5 เมื่อ: 15 ตุลาคม 2004, 13:25 น. »

ก็ถ้าหากว่ารู้จักเข้ามาถามดูบ้าง โดยไม่ให้รู้ผิดด้วยเหรอเราว่ามันก็เหมือนเขามาสืบหาข้อมูลบางอย่างนะถ้าหากว่าเปิดเผยไปคนนั้นก็รู้ตัวหมดดิ ก็เหมือนตำรวจตามจับผู้ร้ายไง ตำรวจยังต้องสืบโดยที่ไม่เปิดเผยเลย ไปนอกเครื่องแบบไงความจริงเรื่องบางอย่างรู้ไปแล้วไงจะทำให้สบายใจเหรอ ถ้าหากไม่หนักหนาไม่เห็นจะผิดเลย เห็นมาตามหาคนนู้นบ้างคนนี้บ้าง ฝากเรื่องให้อ่านบ้างโดยไม่เปิดเผยก็ไม่เห็นเป็นไรนิ เราว่ามันก็น่ารักดีออกถ้างั้นกระทู้พวกนี้เขามีไว้สำหรับทำอะไรละอยากรู้เหมือนกันเห็นในกระทู้ญาติบอกว่าสำหรับญาติ ก็ญาติหมายถึงแฟนไม่ใช่เหรอถาหากใช่แล้วทำไมถึงจะทิ้งข้อความไว้ให้อ่านไมได้ละ แล้วถ้าเป็นพี่น้องเข้ามาเล่นด้วยจะผิดไหม ถ้าเราเก็บเอามาคิดเราบอกได้เลยว่า แค่คลิกเข้ามานั่งพิมพ์เนี้ยก็ถือว่าไร้สาระแล้วใช่ไหม แต่เรามองว่าคนเราก็มีสิทธิ์ที่จะไม่บอกและเห็นว่าเป็นเรื่องที่น่ารักสบายดีว่าไหม อย่าไปซีเรียจเลยนะถ้าเขชาไม่รู้จักคงไม่มาทำอะไรให้หลายๆอย่างหรอกจริงไหมละ
เขียนมาแสดงความเห็นเหมือนกัน ถ้าถามว่าจะเปิดเผยไหมก็คนที่พิมพ์กระทู้ฝากความห่วงใยให้นรต. ตระกูลพงษ์ เทวัญจึงเป็นเช่นประการฉะนี้แล
บันทึกการเข้า
SpicyDeviL
จเรบอร์ด
ผู้ช่วยนายร้อยตำรวจเวรปกครอง
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 848



« ตอบ #6 เมื่อ: 15 ตุลาคม 2004, 15:18 น. »

ลูกชายนักธุรกิจใหญ่มีชื่อเสียงระดับประเทศคนหนึ่งเพิ่งสำเร็จการศึกษากลับมาจากเมืองนอก ยังไม่ทันทำงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอันก็ถูกผู้เป็นแม่ขอร้องให้บวชเรียนเสียก่อน เพื่อเห็นแก่แม่ บัณฑิตใหม่หมาดจากเมืองนอกจึงบวชอย่างเสียไม่ได้

เมื่อบวชที่วัดใหญ่ในกรุงเทพฯแห่งหนึ่งเสร็จแล้ว ผู้เป็นแม่จึงพาไปฝากให้จำพรรษา อยู่กับพระวิปัสสนาจารย์รูปหนึ่งที่วัดป่าแถวภาคอีสาน พระหนุ่มการศึกษาสูงมาจากตระกูลผู้ดี มีแต่ความสุขสบาย เมื่อมาอยู่วัดป่ากว่าจะปรับตัวได้จึงใช้เวลานานเป็นแรมเดือน แต่ก็นั่นแหละกว่าจะ 'นิ่ง'

ก็ทำเอาพระร่วมวัดหลายรูปพลอยอิดหนาระอาใจไปตามๆ กันปัญหาที่ทำให้พระทั้งวัดเหนื่อยหน่ายจนนึกระอาก็เพราะพระใหม่มีนิสัยชอบจับผิดและชอบอวดรู้ ยกหู ชูหางตัวเองอยู่เป็นประจำ

วันแรกที่มาอยู่วัดป่าก็นึกเหยียดพระเจ้าถิ่นทั้งหลายว่าไม่ได้รับการศึกษาสูง เหมือนอย่างตน ออกบิณฑบาตได้อาหารท้องถิ่นมาก็ทำท่าว่าจะฉันไม่ลง

เห็นที่วัดใช้ตะเกียงน้ำมันก๊าดแทนไฟฟ้าก็วิพากษ์วิจารณ์เสียเป็นการใหญ่หาว่าล้าสมัย ไม่รู้จักใช้เทคโนโลยี่

ตอนหัวค่ำมีการทำวัตรสวดมนต์เย็นก็บ่นว่า ท่านรองเจ้าอาวาสทำวัตรนานเหลือเกิน กว่าจะสิ้นสุดยุติได้ก็นั่งจนขาเป็นเหน็บชา

ครั้นพอถึงเวรตัวเองล้างห้องน้ำเข้าบ้างก็ทำท่าจะล้างอย่างขอไปที ล้างไปบ่นไป

ตูจบปริญญาโทมาจากเมืองนอก ต้องมาเข้าเวรล้างห้องน้ำร่วมกับใครก็ไม่รู้ โอ้ชีวิต!ความสำรวยหยิบโหย่งทำให้พระใหม่ไม่พอใจ สิ่งนั้นสิ่งนี้ ถือดีว่าตัวเองมีชาติตระกูลสูง มีการศึกษาสูงกว่า ใครในวัดนั้น ผิวพรรณก็ดูสะอาดสะอ้านชวนเจริญศรัทธากว่าพระรูปไหนทั้งหมด

มองตัวเองเปรียบกับพระรูปอื่นแล้วช่างรู้สึกว่าตัวเองเหนือกว่าทุกประตูนึกแล้วก็ยิ้ม กระหยิ่มอยู่ในใจกลับเข้ากุฏิเมื่อไหร่ก็เอาปากกามาขีดเครื่องหมายกากบาทบนปฏิทินนับถอยหลังรอวันสึกด้วยใจจดจ่อ

อยู่มาได้พักใหญ่พระใหม่อดีตนักเรียนนอกก็สังเกตเห็นว่าท่านเจ้าอาวาสวัดป่าแห่งนี้ ไม่ค่อยพูดไม่ค่อยจาซ้ำนานๆครั้งจะออกมาให้โอวาทกับลูกศิษย์เสียทีหนึ่งวันๆ ไม่เห็นท่านทำอะไรเอาแต่กวาดใบไม้ เก็บขยะ ซักผ้าเอง(เณรน้อยก็มีไม่รู้จักใช้)

สอนก็ไม่สอนการบริหารวัดก็มอบให้ท่านรองเจ้าอาวาสเป็นคนจัดการไปเสียทุกอย่างเห็นแล้วเลยนึกร้อนวิชาอุตส่าห์เขียนคำวิพากษ์วิจารณ์การบริหารจัดการวัดได้ร่วมยี่สิบข้อ เสนอให้ปรับโน่นลดนี่สารพัดที่ตัวเองเห็นว่าไม่เข้าท่าล้าสมัยรวมทั้งให้เสนอให้วัดใช้ไฟฟ้าแทนตะเกียงด้วยอีกข้อหนึ่งเพราะตนเห็นว่ายุคสมัยก้าวไกลมามากแล้วไม่ควรจะทำตนเป็นคนหลังเขาให้คนอื่นเขาดูถูกอีก

หนึ่งในข้อวิจารณ์จุดด้อยของวัดทั้งหลายเหล่านั้นพระใหม่เสนอให้หลวงพ่อเจ้าอาวาส มีปฏิสัมพันธ์กับพระลูกวัดให้มากขึ้นกว่านี้ สอนให้มากขึ้น เทศน์ให้มากขึ้น

และแนะนำว่าคนระดับผู้บริหารไม่ควรจะทำงานอย่างการซักจีวรด้วยตนเอง ควรจะกระจายอำนาจมอบงานให้คนอื่นทำดีกว่า

เย็นวันนั้นเป็นวันพระสิบห้าค่ำหลวงพ่อเจ้าอาวาสมานั่งทำวัตรที่โบสถ์ธรรมชาติกลางลานทรายด้วย ท่านไม่ลืมที่จะหยิบข้อเสนอแนะจากพระใหม่มาอ่านให้พระหนุ่มสามเณรน้อยทั้งหลายฟัง แต่ท่านไม่บอกว่าพระรูปไหนเป็นคนเขียน อ่านจบแล้ว

หลวงพ่อก็ยิ้มอย่างมีเมตตาพลางหยิบไมโครโฟนขึ้นมาแล้วชี้ให้ภิกษุหนุ่มสามเณรน้อยทั้งหลายดูหมาขี้เรื้อนตัวหนึ่งที่นอนอยู่ใต้ม้าหินอ่อนตัวหนึ่งใต้ต้นอโศ
กที่อยู่ใกล้ๆ

"เธอทั้งหลายเห็นหมาขี้เรือนตัวนั้นหรือไม่ เจ้าหมาตัวนั้นน่ะมันเป็นขี้เรื้อนคันไปทั้งตัว ฉันเห็นมันวิ่งวุ่นไปมาทั้งวัน เดี๋ยวก็วิ่งไปนอนตรงนั้น เดี๋ยวก็ย้ายมานอนตรงนี้อยู่ที่ไหนก็อยู่ไม่ได้นานเพราะมันคัน แต่พวกเธอรู้ไหมเจ้าหมาตัวนั้นน่ะมันไปนอนที่ไหนมันก็นึกด่าสถานที่นั้นอยู่ในใจหาว่าแต่ละที่ไม่ได้ดั่งใจตัวเองสักอย่างนอนที่ไหนก็ไม่หายคัน สถานที่เหล่านั้นช่างสกปรกสิ้นดี คิดอย่างนี้แล้วมันจึงวิ่งหาที่ที่ตัวเองนอนแล้วจะไม่คัน แต่หาเท่าไหร่มันก็หาไม่พบสักทีเลยต้องวิ่งไปทางนี้ทางโน้นอยู่ทั้งวัน เจ้าหมาโง่ตัวนั้นมันหารู้สักนิดไม่ว่า เจ้าสาเหตุแห่งอาการคันนั้น หาใช่เกิดจากสถานที่เหล่านั้นแต่อย่างใดไม่แต่สาเหตุแห่งอาการคันอยู่ที่โรคเรื้อนซึ่งเกาะกินอยู่บนหลังของตัวมันเองนั่นต่างหาก"

พูดจบแล้วหลวงพ่อก็วางไมโครโฟนลงเป็นสัญญาณให้รู้ว่าได้เวลาภาวนา หลังการทำวัตรสวดมนต์เย็นแล้ว ขณะที่ทุกรูปนั่งหลับตาภาวนาอย่างสงบนั้น ในใจของพระใหม่กลับร้อนเร่าผิดปกตินอกสงบแต่ในวุ่นว่ายนึกอย่างไรก็มองเห็นตัวเองไม่ต่างไปจากหมาขี้เรื้อนที่หลวงพ่อชี้ให้ดู

ยิ่งนั่งสมาธินานๆ
ยิ่งคันคะเยอในหัวใจทั้งอาย ทั้งสมเพชตัวเอง
นับแต่วันนั้นเป็นต้นมาพระใหม่อดีตนักเรียนนอกก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน
จากคนพูดมากกลายเป็นคนพูดน้อย
จากคนที่หยิ่งยโสกลายเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน
จากคนที่ชอบจับผิดคนอื่นกลายเป็นคนที่หันมาจับผิดตัวเอง
แม้เมื่อออกพรรษาแล้วโยมแม่มาขอให้ลาสิกขาเพื่อกลับไปสืบต่อธุรกิจจากครอบครัวท่านก็ยังไม่ยอมสึก

"อาตมาเป็นหมาขี้เรื้อนขออยู่รักษาโรคจนกว่าจะหายคันกับครูบาอาจารย์ที่นี่อีกสักหนึ่งพรรษา"

โยมแม่ได้ฟังแล้วก็ได้แต่ยกมืออนุโมทนาสาธุการกราบลาพระลูกชายแล้วก็เดินออกจากวัดไปขึ้นรถพลาง นึกถามตัวเองอยู่ในใจว่าคำว่า 'หมาขี้เรื้อน' ของพระลูกชาย

มันหมายความว่าไงหนอออ

เบาะท้ายยังรอเธอ

บันทึกการเข้า
Admin
Administrator
นายร้อยตำรวจเวรปกครอง
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4,265



เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: 15 ตุลาคม 2004, 22:32 น. »

เห็นด้วยกับคุณ nfk นะครับ กระดานข่าวนี้หรือกระดานข่าวอื่นๆก็ตามสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระอยู่แล้ว ในทางที่ไม่ขัดกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ทุกความคิดเห็นสามารถแสดงออกมาได้หมดล่ะครับ ดีเสียอีกจะได้ช่วยระดมความคิดเห็นเป็นแนวทางในการปรับปรุงสิ่งดีๆต่อไป  icon_cool
บันทึกการเข้า



A r t z S i t e Crew
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: